...ทางสู่ดินแดนสุขนิรันดร์...ทางสู่พุทธภูมิ...ทางสายนิพพาน...
(อธิบายภาพรูปที่ ๓ ข้างล่างสุดขวามือ)
มองไปเป็นทางเดินสวยงาม สองข้างทางขนาบด้วยโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ข้างขวามือ เป็นโบสถ์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “พระศรีสรรเพชญ์” พระประธานในโบสถ์ ปางมารวิชัยลักษณะงดงามสง่า ฝีมือของช่างชั้นครูวังหน้า นับถือเป็นแบบอย่างฝีมือช่างชั้นสูงทางพุทธศิลปะ สูงประมาณ ๗ เมตร หน้าตักกว้างเกือบ ๖ เมตร และยังมีพระสาวกปูนปั้น“พระอรหันต์ ๘ ทิศ” โดยรอบๆของพระประธาน ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชี ล้อมรอบองค์พระศรีสรรเพชญ์ จารึกนาม ๘ องค์ไว้ที่แท่น ... ส่วนด้านซ้ายคือ “วิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์” ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย สร้างในสมัยสุโขทัย เล่ากันว่าพระพุทธเจ้าในภัทรกัปนี้มี ๕ พระองค์ ที่ทรงตรัสรู้แล้วมี ๔ พระองค์คือ องค์ที่ ๑.กะกุสันโท ๒.โคนาคมโน ๓. พระกัสสะโป ๔.พระสมณโคดม และองค์ที่ ๕.พระศรีอริยะเมตไตร ซึ่งจะมาตรัสรู้ในอนาคตกาล เพื่อสืบสานพระศาสนาให้ครบ ๕,๐๐๐ ปีขนาบข้างทางเดิน คอยส่งพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาทุกท่านสู่ปลายทาง ที่เห็นมองไปตรงข้างหน้าเป็นยอดฉัตรปลายแหลมเป็นชั้นปราสาทด้านหน้าคือ “พระมณฑป ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ” เพื่อความสุขนิรันดร์ในชีวิต อันหมายถึง บุคคลใดทำทาน รักษาศีล เจริญจิตภาวนา และวิปัสสนากรรมฐาน ตามรอยพระพุทธเจ้า ในหลักมหาสติปัฎฐานสูตร และพัฒนาไปตามลำดับขั้นการหลุดพ้น มรรคผลนิพพาน ซึ่งถือว่าเป็นทางบรมสุขนิรันดร์... ตามทางเดินของพุทธะนั้นเอง...
ถึงเวลาของท่านหรือยัง ? ที่จะค้นหาทางเดินสู่โลกุตระภูมิในภพนี้...ก่อนจะไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับท่าน เพราะพรุ่งนี้ก็สายไป ...มาค้นหาคำตอบทางเดินนี้ได้ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ...วัดอารามหลวงชั้นเอกแห่งแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หรือเรียกว่า "วัดวังหน้า" ของสมเด็จพระบวรราชเข้ามหาสุรสิงหนาท (น้องรัชกาลที่ ๑) ผู้สร้างตำนานวัดมหาธาตุฯ ตำนาน "มหัศจรรย์ในการตั้งสัตยาธิษฐาน"จนตนเองรอดตายจากข้าศึก "ผู้ปิดทองหลังพระ" ทำศึกสงครามเก้าทัพอันเกรียงไกรชนะเหล่าอริราชศัตรู เพื่อการรักษาดินแดนไทยให้ลูกหลานไทยอยู่จนถึงทุกวันนี้ เค้าถูกเรียกขานนามว่า "พระยาเสือ"… หรือ “ วังหน้า” ผู้ถูกปิดมานานกว่า ๒๓๔ ปี ณ บัดนี้ถูกเปิดเผยให้ชาวไทยต้องตระหนักคุณงานความดีที่เพียรสร้างมาให้จารึกรู้จักชื่อนี้ในแผ่นดินสยาม...