
"เส้นทางตามรอยเสด็จ ของรัชกาลที่ ๙ ” ทรงเสด็จพระราชดำเนิน มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ พระอุโบสถ และเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๘๑ ทรงเสด็จ ในงานฉลองสุพรรณบัฎ และนมัสการพระพุทธรูปในวิหารน้อยโพธิลังกา พร้อมกราบนมัสการพระมณฑปพระศรีรัตนมหาธาตุ เมื่อครั้งตามเสด็จมาพร้อมกับรัชกาลที่ ๘
พระมณฑป ตามประวัติ กล่าวว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทรงสร้างเมื่อสถาปนาพระอาราม ในปี พ.ศ. ๒๓๒๖ และ ได้รับการบูรณะ ในรัชกาลที่ ๓อีกทั้งในรัชกาลต่อๆมาถึงปัจจุบัน
สิ่งที่เป็นมงคลในชีวิตที่ต้องมากราบ (Must Visit) ในวัดมหาธาตุคือ “พระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ” ภายในมณฑปพระธาตุยอดปราสาท ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทย หลังคาลด ๒ ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันเป็นไม้ แกะสลักปิดทองประดับกระจก ตรงกลางเป็นรูปพระลักษมฌ์ทรงหนุมานยืนแท่น ซึ่งเป็นตราพระราชลัญจกร ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ล้อมด้วยลายกระหนกใบเทศและเทวดาเหาะ ซุ้มประตูหน้าต่างเป็นปูนปั้นทรงมณฑปลายใบเทศ มณฑปพระธาตุ เจดีย์ทองแบบทรงไม้สิบสองฐานล่างปิดทอง กว้าง ๔.๗๗ เมตร สูง ๒๐ เมตรหลังคาจัตุรมุขจำหลักลวดลายสวยงดงาม มีฉัตรเบญจาตั้งประดับเป็นเกียรติยศอยู่ ๔ มุมของเจดีย์ทอง ทำด้วยฝีมือช่างที่ประณีตงดงาม ควรค่าต่อผู้สนใจในศิลปะทางสถาปัตย์ และมัณฑนศิลป์ที่น่าชม และศึกษา ภายในอาคารรูป ๔ เหลี่ยมผนังสูง มีประตูทั้งสี่ทิศ กราบสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุ” อยู่ส่วนยอด เพื่อความสุขนิรันดร์ในชีวิต อันหมายถึง บุคคลใดทำทาน รักษาศีล เจริญจิตภาวนาและวิปัสสนา ตามรอยพระพุทธเจ้า ในหลักมหาสติปัฎฐานสูตร และพัฒนาไปตามลำดับขั้น การหลุดพ้นมรรคผลนิพพาน ซึ่งถือว่าเป็นสุขนิรันดร์ นั่นเอง และไม่ควรพลาดที่จะรำลึกถึง ด้วยการกราบสัการะ “พระอัฐิของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก”(คือพระราชบิดาซึ่งเป็นต้นพระราชวงศ์จักรี) อยู่ ณ ฐานล่าง หากมีเวลาเดินประทักษิณสามรอบเพื่อสัมผัส “พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์” เป็นมงคลยิ่งนักแล ท่านจะเห็นพระพุทธรูปนั่ง ๑๖ องค์ หน้าตัก ๓ ศอกคืบเศษ พระยืน ๑๒ องค์ สูง ๔ ศอก ประดิษฐานโดยรอบ หล่องดงาม ฝีมือช่าง สมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย ที่หล่อด้วยทองเหลือง ทองสำริด นำมาจากทางเหนือเมืองพิษณุโลก สุโขทัยและลพบุรี ลงรักปิดทองสำเร็จ ถึง ๑,๒๔๘ พระองค์ โดยได้แบ่งไปประดิษฐานไว้ตามวัดสำคัญต่าง ๆ อาทิ วัดโพธิ์ เป็นต้น กล่าวกันว่าในจำนวนพระพุทธเจ้า ๒๘ องค์ที่ทรงอุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้ระบุพระนามในบทสวดมนต์ “นโมเม สพฺพพุทฺธานํ” ในสิบสองตำนานคือ ๑.พระตัณหังกร ๒.พระเมธังกร ๓.พระสรณังกร ๔.พระทีปังกร ๕.พระโกณฑัญญะ ๖.พระมังคละ ๗.พระสุมนะ ๘.พระเรวตะ ๙.โสภิตะ ๑๐.พระอโนมทัสสี ๑๑.พระปทุม ๑๒.พระนารทะ ๑๓.พระปทุมุตตระ ๑๔.พระสุเมธะ ๑๕.พระสุชาตะ ๑๖.พระปิยทัสสี ๑๗.พระอัตถทัสสี ๑๘.พระธัมมทัสสี ๑๙.พระสิทธัตถะ ๒๐.พระติสสะ ๒๑.พระปุสสะ ๒๒.พระวิปัสสี ๒๓.พระสีขี ๒๔.พระเวสสภู ๒๕.พระกกุสันธะ ๒๖.พระโกนาคมนะ ๒๗.พระกัสสปะ และสุดท้ายคือ ๒๘.พระโคตมะ เมื่อมาสัมผัสด้วยจิตที่ศรัทธา เกิดปิติอิ่มจิตตามบารมีที่สะสมมาของแต่ละบุคคลเทอญ